เรียนรู้เกี่ยวกับ Forex คืออะไรและต้องเทรดอย่างไรบ้าง ?

Facilitate Your Entire Travel Journey  > Technology >  เรียนรู้เกี่ยวกับ Forex คืออะไรและต้องเทรดอย่างไรบ้าง ?
0 Comments
Forex คืออะไร

ว่ากันด้วยเรื่องของการเทรดหรือซื้อ-ขายหุ้นเพื่อสร้างผลกำไรในการลงทุนแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งแนวทางที่กำลังเป็นที่นิยมในการลงทุนอย่าง “Forex” ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ ครับ วันนี้เราเลยจะพาทุกๆ ท่านไป “เรียนรู้เกี่ยวกับ Forex คืออะไรและต้องเทรดอย่างไรบ้าง?” กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปศึกษาพร้อมๆ กันเลยครับ

เรียนรู้เกี่ยวกับ “Forex คืออะไร

Forex คืออะไร Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange คือ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการซื้อขายสกุลเงินจากทั่วทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (ปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์) นักลงทุนสามารถทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยการซื้อสกุลเงินที่คาดว่าจะแข็งค่า และขายสกุลเงินที่คาดว่าจะอ่อนค่า ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ตลาด Forex สามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของการซื้อขายและผู้เข้าร่วมตลาดได้หลายแบบครับ แต่หลักๆ ที่ควรรู้จักมีดังนี้

1. ตลาดซื้อขายทันที (Spot Market):

  • ลักษณะ: เป็นตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคาและทำการแลกเปลี่ยนเงินตรากันทันที หรือมีการส่งมอบภายใน 1-2 วันทำการ
  • ความสำคัญ: เป็นตลาด Forex ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นพื้นฐานสำหรับการกำหนดราคาในตลาดอื่นๆ
  • ผู้เข้าร่วม: ธนาคารพาณิชย์ บริษัทข้ามชาติ สถาบันการเงิน นักเก็งกำไรรายย่อย

2. ตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Forward Market):

  • ลักษณะ: เป็นตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายทำสัญญาซื้อขายเงินตราในราคาและวันที่กำหนดไว้ในอนาคต
  • วัตถุประสงค์: ส่วนใหญ่ใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
  • ผู้เข้าร่วม: ธนาคารพาณิชย์ บริษัทข้ามชาติ

3. ตลาดซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures Market):

  • ลักษณะ: คล้ายกับตลาด Forward แต่สัญญาจะถูกกำหนดมาตรฐาน (เช่น ขนาดสัญญา วันหมดอายุ) และซื้อขายในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่มีการควบคุม
  • ข้อดี: มีความโปร่งใสและมีสภาพคล่องสูงกว่าตลาด Forward
  • ผู้เข้าร่วม: สถาบันการเงิน กองทุน นักเก็งกำไร

4. ตลาดซื้อขายออปชั่น (Options Market):

  • ลักษณะ: เป็นตลาดที่ผู้ซื้อมีสิทธิ์ (แต่ไม่มีภาระผูกพัน) ในการซื้อหรือขายเงินตราสกุลหนึ่งในราคาและวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยต้องจ่ายค่าพรีเมียม (Premium) ให้กับผู้ขายออปชั่น
  • วัตถุประสงค์: ใช้เพื่อการเก็งกำไรและการป้องกันความเสี่ยง
  • ผู้เข้าร่วม: สถาบันการเงิน นักเก็งกำไร

4 หลักการเทรด Forex

หลักการเทรด Forex นั้นมีหลากหลายแนวทางและกลยุทธ์ แต่หลักการพื้นฐานที่สำคัญและเป็นเหมือนรากฐานของการเทรดที่ประสบความสำเร็จซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

1. เข้าใจพื้นฐานตลาด Forex

  • คู่สกุลเงิน (Currency Pairs): การซื้อขายเกิดขึ้นเป็นคู่เสมอ โดยเก็งกำไรจากความผันผวนของค่าเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกค่าเงินหนึ่ง
  • ราคา Bid และ Ask: ราคา Bid คือราคาที่โบรกเกอร์เสนอซื้อ และราคา Ask คือราคาที่โบรกเกอร์เสนอขาย ส่วนต่างคือ Spread ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการเทรด
  • Pips และ Lots: Pips คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคา ส่วน Lots คือขนาดของสัญญาซื้อขาย
  • Leverage และ Margin: Leverage คือการยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อเพิ่มอำนาจซื้อขาย Margin คือเงินทุนขั้นต่ำที่ต้องมีในบัญชีเพื่อเปิดสถานะ

2. การวิเคราะห์ตลาด

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis): การใช้กราฟราคา รูปแบบราคา (Price Patterns) และเครื่องมือทางเทคนิค (Technical Indicators) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis): การวิเคราะห์ข่าวสารทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าเงิน เช่น อัตราดอกเบี้ย GDP อัตราเงินเฟ้อ การจ้างงาน เหตุการณ์ทางการเมือง
  • การวิเคราะห์ Sentiment: การประเมินความรู้สึกและทัศนคติของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหรือสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง

3. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

  • กำหนดขนาด Position ที่เหมาะสม (Position Sizing): ไม่ควรเสี่ยงเงินทุนทั้งหมดในการเทรดครั้งเดียว ควรกำหนดขนาดการเทรดให้เหมาะสมกับขนาดบัญชีและความเสี่ยงที่รับได้
  • ตั้ง Stop Loss (SL): คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ไม่ต้องการ เพื่อจำกัดการขาดทุน
  • ตั้ง Take Profit (TP): คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อล็อคกำไร
  • อัตราส่วน Risk/Reward ที่เหมาะสม: ควรกำหนดเป้าหมายกำไรให้มากกว่าความเสี่ยงที่รับได้ เช่น อัตราส่วน 1:2 หรือ 1:3
  • หลีกเลี่ยงการ Over-Leverage: การใช้ Leverage ที่สูงเกินไปสามารถนำไปสู่การขาดทุนอย่างรวดเร็ว

4. การวางแผนและกลยุทธ์การเทรด

  • กำหนดเป้าหมายการเทรด: กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น กำไรที่ต้องการ ความเสี่ยงที่รับได้ และกรอบเวลาในการเทรด
  • พัฒนากลยุทธ์การเทรด: สร้างระบบการเทรดที่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการเข้าซื้อ ขาย และจัดการสถานะ
  • ทดสอบกลยุทธ์ (Backtesting): ทดสอบกลยุทธ์กับข้อมูลราคาในอดีตเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
  • ปรับปรุงกลยุทธ์: ปรับปรุงกลยุทธ์ตามผลลัพธ์และสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “เรียนรู้เกี่ยวกับ Forex คืออะไรและต้องเทรดอย่างไรบ้าง” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านที่สนใจ หวังว่าจะเป็นข้อมูลความรู้ที่ใช้งานได้จริงนะครับ สุดท้ายนี้ขอให้เทรดอย่างมีสติเสมอครับ